พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด และติดตามผลงานของ แมลงปอ อากิระ ได้บน Facebook และ Twitter

Akira-Dragonfly

“ซายูริ!… ซายูริ ได้ยินไหม ซายูริ!” แมลงปอ อากิระ พยายามร้องตะโกนเรียกแมลงปอ ซายูริ ผ่านม่านแสงสื่อสารระหว่างดาว ด้วยละอองเกสรดอกทานตะวัน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับกลับมา ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงเธอมากยิ่งขึ้น เขาจึงลองถูเสียดสีละอองเกสรดอกทานตะวันให้เกิดแสงสว่างอีกหลายครั้ง และในที่สุดก็ปรากฎภาพบนม่านแสงขึ้น

“ซายูริ ที่แท้หลับอยู่หรอ ขอโทษด้วยที่ทำให้เธอตื่น ฉันดีใจที่ได้เห็นเธออีกนะ” แมลงปอ อากิระ พูดด้วยความรู้สึกที่สบายใจขึ้น
“เมื่อกี้ฉันเปิดดูอินเตอร์เน็ตจักรวาล ตอนนี้พวกแมลงปอที่ประท้วงหน่ะ ได้ก่อจราจลกระจายไปทั่วดาวโลกแล้ว ฉันเป็นห่วงเธอมากๆ เลยนะ หวังว่าคงไม่มาลามถึงแถวทุ่งดอกทานตะวันหรอกนะ”

แมลงปอ ซายูริ พยักหน้าตอบ แล้วส่งสายตาเพื่อสื่อว่ายังปลอดภัยดี

“ตอนนี้ฉันกำลังตามหา ผ้าฝ้ายทอ AEROK บนดาวดวงนี้อยู่ โชคดีที่มีแมลงปอผู้เฒ่า แกบอกมา ผ้าฝ้ายทอนั่น จะสามารถเช็ดใยแมงมุมป่าที่พันตัวเธอออกได้ แต่ก็จำได้ว่าที่ดาวโลกก็มีนำเข้าผ้าฝ้ายทอ AEROK ไปขายด้วย แต่คงแพงน่าดู ที่ดาวดวงนี้แทบทุกอย่างฟรีไม่คิดเงิน หวังว่าผ้าฝ้ายทอ AEROK ก็คงฟรีด้วยเหมือนกัน และฉันจะพยายามหามันให้เจอก่อนที่จะต้องเดินทางกลับดาวโลก แต่ก็กลัวเหมือนกันว่า จะได้กลับดาวโลกอีกหรือไม่ อยากให้ดาวโลกสงบสุขเร็วๆ จังเลย ถ้าไงมีอะไรก็ติดต่อมาได้นะ แค่นี้ก่อนนะ เป็นห่วงและคิดถึงมากๆ รักเธอนะ ซายูริ”

แมลงปอ ซายูริ ได้แต่พยักหน้าตอบ และมองเขาด้วยสายตาที่คิดถึง ภาพบนม่านแสงก็ดับลงหลังจากสิ้นสุดการติดต่อครั้งนี้

แมลงปอ อากิระ รู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากที่ได้เห็นหน้าแมลงปอ ซายูริ อีกครั้งโดยที่เธอยังคงปลอดภัยอยู่ เขาจึงลงมาที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมคอนโดข้าวโพดอีกครั้ง เพื่อหยิบอาหารของกินและน้ำหวานดอกไม้จากฟรีโซนซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วจึงขึ้นไปยังที่ห้องพักบนโรงแรมคอนโดข้าวโพดตามเดิม เขานั่งกินอาหารตามลำพังเพียงตัวเดียวท่ามกลางความเงียบและความคิดถึง

หลังจากกินอาหารและอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเสร็จแล้ว แมลงปอ อากิระ ได้ปูที่นอนเยื่อใยนุ่นขาวลงบนพื้นห้อง เยื่อใยนุ่นขาวเป็นที่นอนในแบบพื้นเมืองดั้งเดิมของดาวดวงนี้ และยังเป็นที่นอนเยื่อใยนุ่นขาวที่ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจ หากใครได้นอนจะลืมเรื่องราวความทุกข์ต่างๆ นานาไปโดยไม่รู้ตัวระหว่างที่ได้นอน การที่เขาได้มีโอกาสนอนบนที่นอนเยื่อใยนุ่นขาวครั้งนี้ จึงถือเป็นประสบการณ์ความสุขที่หาไม่ได้เลยบนดาวโลก แล้วเขาก็เอนกายล้มตัวลงนอน แสงไฟในห้องค่อยๆ หรี่และดับมืดลงในที่สุด แมลงปอ อากิระ หลับตาอย่างมีความสุข โดยหวังว่า สักวันหนึ่งจะต้องพาแมลงปอ ซายูริ กลับมาใช้ชีวิตบนดาว South-AEROK ดวงนี้ให้ได้

โดย แมลงปอ อากิระ
วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.

ภูมิประเทศบนดาว South-AEROK ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาและเทือกเขาสูง ส่วนพื้นที่ราบจะเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำ และชายทะเล ประชากรแมลงปอบนดาว มากกว่าร้อยละ 90 จะอาศัยกันอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ มากกว่าการอาศัยตามป่าเขา เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนธรรมชาติ ด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีทางความคิดที่มีมากกว่าดาวโลก แมลงปอบนดาว South-AEROK จึงมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีระดับสภาพจิตที่สูงกว่า

รถบัสกระดาษที่แมลงปอ อากิระ ได้โดยสารมาทางตะวันตก ได้นำพาเขาผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุโมงค์ลอดภูเขานับร้อยๆ ลูก ภาพที่เห็นจนชินตา เป็นภาพต้นไม้ ท้องฟ้า สลับกับแสงจากหลอดไฟที่วิ่งเป็นสายบนความมืดในอุโมงค์ เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างสลับกันไป จนทำให้เขาต้องเผลอหลับไป ในบางช่วงของเส้นทางอันยาวไกลนี้

จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า รถบัสกระดาษได้จอดพักที่โรงแรมคอนโดข้าวโพด แมลงปอตัวอื่นๆ ต่างพากันลงจากรถบัสกระดาษ แล้วลากกระเป๋าเดินทางของแต่ละตัวเข้าโรงแรมเพื่อพักแรม ส่วนแมลงปอ อากิระ ก็ลงจากรถบัสกระดาษเป็นตัวสุดท้าย เขามองไปรอบๆ บริเวณแล้วจึงเดินตามเข้าไป เพื่อจับจองห้องว่างสำหรับพักแรมคืนนี้

สินค้าและบริการต่างๆ โดยส่วนใหญ่บนดาว South-AEROK ดวงนี้ จะมีให้ใช้กันฟรีๆ ไม่คิดเงิน ด้วยทรัพยากรที่มีเหลือเฟือ และจัดสรรแบ่งปันกันอย่างทั่วถึง ทำให้คุณภาพชีวิต และสภาพจิตของประชากรแมลงปอที่นี่อยู่ในระดับดี อันเนื่องมาจากนโยบายของผู้นำของดาวดวงนี้ ได้ยกเลิกระบบเงินตราแลกเปลี่ยนภายในดวงดาว แล้วใช้ระบบ ‘เครดิตความดี’ เข้ามาแทน เพื่อใช้แลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการบางอย่างที่มีจำกัด และต้องนำเข้าจากต่างดาว ดังนั้นแมลงปอส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพตามที่ตนเองรัก และประพฤติแต่ความดี เพื่อให้มีเครดิตความดี ไว้แลกสิ่งของเครื่องใช้นำเข้าจากนอกดาวที่ต้องการ และนโยบายนี้ยังทำให้แมลงปอจรจัดยาจก หมดไปจากดาว South-AEROK แห่งนี้

พอถึงเวลา 3 ทุ่มกว่า แมลงปอ อากิระ ก็ลงมาที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมคอนโดข้าวโพด เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตจักรวาล เขานั่งลงที่หน้าดอกทิวบี้ เปิดดูเว็บไซต์ข่าวของดาวโลก แล้วเขาก็ตกใจ ตอนนี้กลุ่มแมลงปอผู้ประท้วง ได้ก่อจราจลความรุนแรงทำลายสถานที่และสิ่งของต่างๆ  กระจายไปทั่วทุกมุมเมืองของดาวโลก กองกำลังหน่วยปราบพิฆาตแมลง ก็ได้แต่ยืนคุมสถานการณ์ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่สงครามระหว่างดาว

แมลงปอ อากิระ รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ว่าตอนนี้แมลงปอ ซายูริ จะเป็นอย่างไรบ้าง และแมลงปอญาติๆ จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร และที่สำคัญ เขาจะกลับดาวโลกได้อย่างไร ถ้าหากทุกอย่างบานปลายแล้วไม่มีดาวโลกหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ความเครียดเริ่มขึ้นสมอง เขาจึงรีบขึ้นไปที่ห้องพักบนโรงแรมคอนโดข้าวโพด แล้วหยิบละอองเกสรดอกทานตะวันออกจากถุงฝ้ายติดตัวใบเล็กออกมา ทำการถูเสียดสีกันให้เกิดแสงสว่าง เพื่อที่จะติดต่อกลับไปยังแมลงปอ ซายูริ ที่อยู่บนต้นทานตะวัน หลังจากได้ถูกใยแมงมุมป่าพันม้วนเป็นดักแด้

“ซายูริ!… ซายูริ! ได้ยินไหม รับสายด้วย!” แต่ทว่าไม่มีสัญญาณภาพตอบรับกลับมา เขากระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก ที่ยังไม่สามารถติกต่อกับเธอได้

โดย แมลงปอ อากิระ
วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
อากาศยามเช้าบนดาว South-AEROK ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเย็นสบายไม่ถึงกับหนาวมาก วันนี้แมลงปอ อากิระ ตื่นเช้าเป็นพิเศษ และออกมานั่งชมบรรยากาศนอกระเบียงห้องพักรวงผึ้งที่สูงจากพื้นดินหลายร้อยเมตร แสงไออุ่นจากพระอาทิตย์เป็นเสมือนกาแฟถ้วยแรกของสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ ความเงียมค่อยๆ จางหายไป เสียงนกร้องเพลงดังขึ้นเป็นระยะๆ

เมื่อได้เวลาอาหารเช้า แมลงปอ อากิระ จึงลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรม พบกับอาหารบุฟเฟ่ต์ที่จัดเตรียมไว้มากมายหลากหลายเมนู เขาหยิบอาหารต่างๆ ใส่จานมานั่งกินเพียงตัวเดียวที่โต๊ะ เขาหยิบอาหารเข้าปากแล้วรู้สึกว่าอร่อยมาก รสชาตินั้นแตกต่างจากอาหารบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมบนดาวโลก และเขาก็ชื่นชอบกับการกินสาหร่ายสายรุ้งที่อัดเป็นแผ่นบางกรอบเป็นอย่างมาก

“อยากให้ ซายูริ มาด้วยจัง” เขาพูดกับตนเอง แล้วความกังวลใจก็เข้ามาในจิตใจ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะหาวิธีช่วยเธอได้

หลังจากกินอาหารเช้าอิ่มแล้ว แมลงปอ อากิระ เดินออกมาข้างนอกโรงแรม ยืนมองดูธรรมชาติอันงดงามที่แตกต่างจากดาวโลกเหลือเกิน เขาออกบินสำรวจไปทั่วบริเวญนั้น จนกระทั่งมาถึงที่หอบังคับกระเช้าลอยฟ้า ที่เชื่อมไปยังปลายยอดของเทือกเขา SL-San เขาเห็นแมลงปอหลายตัวกำลังต่อแถวเพื่อขึ้นกระเช้าลอยฟ้า เขาจึงบินไปยังปลายแถว แล้วจึงต่อคิวรอ

เวลาผ่านไปหนึ่งถึงสองชั่วโมง แมลงปอ อากิระ จึงได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ลอยขึ้นไปที่ยอดของเทือกเขา SL-San เขาตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก มองเห็นวิวธรรมชาติเบื้องล่างนั้นงดงามยิ่ง เต็มไปด้วยต้นไม้พันธุ์ไม้นานาชนิด สีชมพู สีเขียว สีส้ม และสีแดง กระจายทั่วพื้นที่ป่าบนเทือกเขาแห่งนี้ ในไม่ช้ากระเช้าลอยฟ้าก็ได้นำพาเขาและแมลงปอตัวอื่นๆ ขึ้นมาถึงฐานยอดเขา อากาศบนยอดนี้เย็นมากๆ ลมพัดแรงตลอดเวลา ทำให้แมลงปอ อากิระ เกือบจะปลิวไปตามแรงลม เขาได้เดินไต่ไปตามแนวสันของยอดเขาเพื่อขึ้นไปให้ถึงที่ปลายยอดสูงสุด เช่นเดียวกับแมลงปอตัวอื่นๆ ที่พยายามพากันปีนไปที่ยอดสูงสุดเพื่อร้องตะโกนออกไป แต่ด้วยลมพัดแรงมากๆ เหลืออีกแค่ประมาณ 10 เมตรจึงจะถึงปลายยอดสูงสุด เขาได้หยุดปีนด้วยความเหนื่อย แล้วหันมามองทิวทัศน์เบื้องล่างจากปลายยอดสูงสุดของเทือกเขา SL-San

“วู…ว์! สวัสดี! สวยงามมาก ไกลสุดลูกหูลูกตาเลย” เขาร้องตะโกนออกไปที่หน้าผา แต่ไม่มีเสียงสะท้อนใดๆ กลับมาเลย ทันใดนั้น ก็มีมือมาสะกิดที่ด้านหลังของเขา แมลงปอ อากิระ จึงหันหน้าไปดู เป็นมือของแมลงปอผู้เฒ่าแก่ที่มาสะกิด

“พ่อหนุ่มอยากจะช่วยเพื่อนสาวใช่ไหม” แมลงปอผู้เฒ่าแก่เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นอย่างช้าๆ
“ชะ ใช่… ใช่ครับ” แมลงปอ อากิระ ทำหน้าแปลกใจที่ทำไมแมลงปอผู้เฒ่าแก่ถึงได้ถามเช่นนั้น แล้วยังสามารถพูดภาษาโลกได้ด้วย
“ผ้าฝ้ายทอ AEROK เป็นผ้าที่สามารถช่วยเช็ดใยแมงมุมต่างๆ ให้หลุดออกจากร่างกายอย่างง่ายดาย” แมลงปอผู้เฒ่าแก่ ยกมือขึ้นชี้ไปทางทิศตะวันตก แมลงปอ อากิระ หันมองตามปลายมือที่ชี้

“ผ้าฝ้ายทอ AEROK หรือครับ…” แมลงปอ อากิระ หันหน้ากลับมาถามเพื่อทวนให้แน่ใจ แต่ปรากฏว่า แมลงปอผู้เฒ่าแก่ ได้หายไปไหนแล้วไม่รู้ เขาเห็นแต่แมลงปอตัวอื่นๆ ที่กำลังปีนขึ้นปีนลงบนยอดเขานี้
“สงสัยท่าทางแกจะรีบ ยังไม่ทันได้ขอบคุณเลย”

แมลงปอ อากิระ ลงจากเทือกเขา SL-San ด้วยกระเช้าลอยฟ้า เมื่อถึงพื้นดิน เขาก็บินกลับไปยังโรงแรม เขาเดินถามโดยยกชี้มือไปทางทิศตะวันตก  เพื่อถามแมลงปอผู้ขับบัสกระดาษ ว่าคันไหนจะมุงหน้าไปทิศนั้นบ้าง ในที่สุดก็เจอกับรถบัสกระดาษ คันที่จะเดินทางไปทิศตะวันตกของดาว AEROK

โดย แมลงปอ อากิระ
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
รถบัสกระดาษวิ่งไปตามเส้นทางผ่านภูเขามากมายหลายลูก และบางช่วงต้องลอดอุโมงค์ที่เจาะผ่านทะลุใต้ภูเขาเป็นทางยาว  แมลงปอ อากิระ นั่งที่ริมหน้าต่างของรถบัสกระดาษ มองดูวิวริมข้างทางด้วยความรู้สึกตื่นเต้น จนลืมเรื่องกังวลใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับแมลงปอ ซายูริ ที่เขาจะต้องหาวิธีช่วยเธอ อาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกของการเดินทางระหว่างดวงดาวอย่างที่เขาใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่ยังเป็นตัวโม่งเล็กๆ (ตัวอ่อนก่อนเปลี่ยนแปลงเป็นแมลงปอ)  ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เป้าหมายอย่างดาว NAPAJ ที่เขาตั้งใจไว้ แต่ดาว South-AEROK ดวงนี้ก็มีสภาพใกล้เคียงกับดาว NAPAJ อยู่เหมือนกัน

เวลาประมาณบ่ายแก่ๆ พระอาทิตย์ก็เริ่มอ่อนแสงลงจากการถูกเมฆหมอกมาบดบัง ด้วยสภาพอากาศหนาวเย็น ดาวดวงนี้จะมีช่วงที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านได้เต็มที่แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น  และในที่สุดรถบัสกระดาษก็เดินทางมาถึงตีนเขาของเทือกเขา SL-San แมลงปอผู้โดยสารตัวอื่นๆ ต่างพากันลงจากรถบัสกระดาษ แล้วเข้าที่พักโรงแรมที่มีลักษณะคล้ายๆ รวงผึ้งเป็นช่องๆ เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ สักพักแมลงปอ อากิระ ลงจากรถบัสกระดาษเป็นตัวสุดท้าย โดยที่ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับใครเลยระหว่างทาง เนื่องจากแมลงปอที่ดาวดวงนี้เป็นพวกชาตินิยม จึงไม่ใช้ภาษาสากลในการสื่อสาร แล้วเขาก็เดินเข้าโรงแรมตามไป

“… รายงานข่าวด่วน! ขณะนี้กลุ่มแมลงปอผู้ประท้วงที่ไม่พอใจต่อทางการของดาวโลก ได้ออกมารวมตัวกัน และยึดสถานที่สำคัญๆ  ของทางการบนดาวโลกไว้หมดแล้ว…” เสียงจากโทรทัศน์ฝักบัวที่ห้องล็อบบี้ลอยมาเข้าหูของแมลงปอ อากิระ ทำให้เขาหยุดยืนแล้วหันไปดู

“โดยกลุ่มแมลงปอผู้ประท้วง ได้ยื่นคำขาดให้ผู้นำแมลงแห่งดาวโลก ต้องลาออกจากตำแหน่งภายในคืนวันนี้ ส่วนทางการของดาวโลก ก็ไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องนั้น และยังได้ยกกองกำลังหน่วยปราบพิฆาตแมลง มาปิดล้อมกลุ่มแมลงปอผู้ประท้วงไว้รอบด้าน สถานการณ์ตึงเครียดมาก หากมีความเคลื่อนไหวใดๆ จะรายงานข่าวเข้ามาอีก ข่าวต่อไปดาราสาวแมลงปอได้ถูกจับในข้อหามั่ว…”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงรายงานจากโทรทัศน์ฝักบัว แมลงปอ อากิระ รีบเดินขึ้นห้องพักรวงผึ้งของเราโดยทันที ด้วยความเป็นห่วงแมลงปอ ซายูริ และแมลงปอญาติๆ ทุกตัวของเขา หลังจากนั้นเขาหยิบละอองเกสรดอกทานตะวันออกจากถุงฝ้ายติดตัวใบเล็กออกมา แล้วทำการถูเสียดสีกันให้เกิดแสงสว่าง ทันใดนั้นตรงใจกลางห้องก็เกิดแสงภาพจางๆ บนม่านแสง เป็นภาพของ แมลงปอ ซายูริ ที่ถูกพันม้วนเป็นดักแด้ด้วยใยแมงมุมป่า เธอนั่งพิงลำต้นทานตะวันด้วยสีหน้าอิดโรย เขาจึงตะโกนเรียกเธอที่อยู่ในม่านแสง

“ซายูริ! ซายูริ ได้ยินฉันไหม ซายูริ!” ซายูริในม่านแสงก็พยายามเหยียดเท้ามาถูกับละอองเกสรดอกทานตะวันที่ถูกโรยรอบตัวเธอไว้ แล้วเธอก็เงยหน้ามามองเขา การสื่อสารระหว่างดาวสามารถติดต่อได้แล้ว

“ซายูริ เป็นไงบ้าง หิวไหม น้ำเลี้ยงของต้นทานตะวันยังไหลอยู่หรือเปล่า?” เขาถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วง ส่วนแมลงปอ ซายูริ ก็ได้แต่พยักหน้าตอบ เพราะถูกใยแมงมุมป่าพันปิดปากไม่สามารถเอ่ยคำพูดได้

“ก็ดีแล้ว เธออยู่บนต้นทานตะวันจะปลอดภัยที่สุด รู้ไหมตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ฉันอยู่ที่ดาว South-AEROK เรื่องมันยาว ไว้กลับไปแล้วจะเล่าให้ฟัง แต่ที่นี่สวยมากๆ เลย อยากให้เธอได้เดินทางมาด้วยจัง ยังไงฉันจะต้องกลับไปหาเธอให้ได้เร็วๆ นี้นะ ซายูริ”

“พอดีเมื่อตะกี้ ฉันฟังข่าว เห็นว่าตอนนี้ดาวโลกกำลังมีเหตุการณ์แมลงปอประท้วงกันอยู่ ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าไงเดี๋ยวฉันจะติดต่อกลับไปนะ ต้องประหยัดละอองเกสรดอกทานตะวันไว้ใช้ติดต่อกันในยามจำเป็น เป็นห่วงและคิดถึงมากๆ รักเธอนะ ซายูริ” หลังจากที่แมลงปอ ซายูริ พยักหน้าตอบ และมองเขาด้วยสายตาที่คิดถึง ภาพบนม่านแสงก็ดับลง

แมลงปอ อากิระ เดินไปนั่งที่ระเบียงนอกห้องพักรวงผึ้งที่สูงจากพื้นดินหลายร้อยเมตร เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า เป็นค่ำคืนที่มืดสนิท ท้องฟ้าของดาว South-AEROK ดวงนี้ ช่างเงียบเหงาเสียยิ่งกะไร ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ หรือแสงดาว ที่จะมาช่วยคลายความกังวล และความคิดถึงในหัวใจของเขาลงได้

โดย แมลงปอ อากิระ
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
แมลงปอ อากิระ ลืมตาขึ้น หลังจากหลับไปโดยไม่รู้ตัว เพราะความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ต้องบินอุ้มแมลงปอ ซายูริ ที่โดนใยแมงมุมป่าพันเป็นดักแด้ พาเธอไปหลบซ่อนที่ทุ่งดอกทานตะวัน และยังต้องบินทั้งวันเพื่อตามหาความช่วยเหลือ แต่แล้วกลับกลายต้องมาเดินทางระหว่างดาวตัวเดียวโดยไม่ได้ตั้งใจ เขามองออกไปที่นอกหน้าต่างของตะกร้าห้องโดยสารของลูกโป่งสวรรค์ เป็นภาพท้องฟ้าและก้อนเมฆที่สวยงามเป็นสีฟ้า ม่วง อมชมพู

“นี่ใช่ไหม ดาว South-AEROK ก็คล้ายๆ โลกของเราเหมือนกัน” แมลงปอ อากิระ พูดกับตนเอง แล้วลูกโป่งสวรรค์ก็ค่อยๆ ร่อนลงที่สนามบินระหว่างดาวของดาว South-AEROK เขาและผู้โดยสารตัวอื่นๆ ก็พากันเดินไปที่ ต.ม. (ด่านตรวจแมลงเข้าดาว) และก็ต่อแถวเพื่อตรวจประทับตราหนังสือเดินทางระหว่างดาวที่ปลายปีกของแต่ละตัว ถึงแม้ว่าดาวดวงนี้จะไม่ต้องขอวีซ่าก็ตาม แต่ด่าน ต.ม. ที่นี่ได้ชื่อว่า เป็นด่านตรวจแมลงเข้าดาวที่โหดและเข้มงวดที่สุด เขาเริ่มกังวลใจว่า การมาดาวดวงนี้โดยไม่ได้วางแผน ไม่มีจุดหมาย ถ้าไม่ผ่านการตรวจ จะทำอย่างไรดี เพราะการลักลอบเข้าดาวโดยผิดกฏหมาย มีโทษสถานเดียวคือ กำจัดทิ้ง!

และแล้วก็ถึงคิวแมลงปอ อากิระ เพื่อตรวจแมลงเข้าดาว เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ เครื่องตรวจเริ่มสแกนหนังสือเดินทางระหว่างดาวที่ปลายปีกของเขา วินาทีผ่านไปช้าๆ ตามจังหวะเสียงหัวใจเต้น ตุบ… ตุบ… ตุบ… ตุบ… เพื่อรอคำตอบจากแมลงปอเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจแมลงเข้าดาว

“ไปได้…. เชิญตัวต่อไปครับ” เมื่อสิ้นเสียงแมลงปอเจ้าหน้าที่ ความโล่งใจของเขาก็เข้ามาแทน แมลงปอ อากิระ เดินออกมาที่หน้าอาคารของสนามบินระหว่างดาว และมองไปรอบๆ

“อากาศดีกว่าโลกเราอีก เย็นสบาย…” เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมกางแขนบิดขี้เกียจ
“สวยดี น่ามาอยู่ที่นี่ แต่เสียดายที่ ซายูริ ไม่ได้มาด้วย เป็นห่วงเธอจัง ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง” เขาเริ่มกังวลใจ

แมลงปอ อากิระ หันหลังกลับไปดูที่ป้ายบอกเที่ยวบิน พบว่า เที่ยวบินกลับสู่โลกจะมีในอีก 4 วันข้างหน้า เขาคิดว่าไหนๆ ก็ได้มาที่นี่แล้ว และต้องรออีก 4 วัน ถ้างั้นลองตามหาดูว่า อาจจะมีวิธีแกะใยแมงมุมป่าออกจากร่างกายของแมลงปอ ซายูริ ก็ได้ ดีกว่าปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ใช่แล้ว ต้องไปถามชาวพื้นเมืองบนดาวดวงนี้ เผื่ออาจจะได้คำตอบดีๆ เขาจึงรีบเดินไปขึ้นรถบัสกระดาษที่จอดอยู่ด้านหน้า โดยหวังว่า รถบัสกระดาษคันนี้ มันจะพาไปหาสิ่งที่เขาต้องการ

โดย แมลงปอ อากิระ
วัน พฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
แมลงปอ อากิระ บินด้วยความเร็วอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะค้นหาหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดในระแวกนั้น เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากแมลงปอตัวอื่นๆ หลังจากที่ แมลงปอ ซายูริ เพื่อนร่วมเดินทางได้ถูกพันด้วยใยแมงมุมป่ากลายเป็นดักแด้ไม่สามารถขยับร่างกายได้ เมื่อเขาบินมาได้ระยะทางไกล ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า กลางคืนที่หนาวเย็นเข้ามาแทนที่ และแล้วในที่สุดเขาก็ได้เห็นแสงไฟมาแต่ไกลทางด้านซ้ายของเขา

“สงสัยแถวนั้นต้องมีใครอยู่บ้างสินะ” แมลงปอ อากิระ พูดกับตันเอง แล้วเปลี่ยนทิศทางบินไปยังกลุ่มแสงไฟระยิบระยับ ในไม่ช้าเสียงเจี้ยวจ้าวจากกลุ่มแสงไฟก็ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้ แล้วเขาก็เห็นว่าที่นั้นคือ สนามบินระหว่างดาว นี่เอง มีลูกโป่งสวรรค์ลอยขึ้นลงตลอดเวลา เขาจึงเร่งตรงไปยังลูกโป่งสวรรค์สีน้ำเงินใบที่ใกล้ที่สุด แล้วร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากแมลงปอตัวอื่นๆ ที่กำลังต่อแถวยาวเหยียด แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะ แมลงปอตัวอื่นๆ จำนวนมากต่างกำลังยุ่งกับการ Check in เพื่อขึ้นลูกโป่งสวรรค์ใบนั้น

“ประกาศ! ผู้โดยสารโปรดทราบ ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางไปดาว South-AEROK เที่ยวบินที่ AR2009 เวลา 5 ทุ่ม โปรดขึ้นลูกโป่งสวรรค์ด้วยค่ะ เครื่องจะออกเดินทางอีก 5 นาทีต่อจากนี้ค่ะ” เสียงประกาศจากสนามบินระหว่างดาวดังขึ้น

แต่ทว่า แมลงปอ อากิระ กลับไม่ได้ยินเสียงประกาศนี้ เขายังคงพยายามเข้าไปพูดขอความช่วยเหลือจากแมลงปอตัวอื่นๆ ที่กำลังต่อคิว Check in เพื่อขึ้นลูกโป่งสวรรค์ใบนั้น  และก็ยังไม่มีใครสนใจว่าเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นกับเขาที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แมลงปอ อากิระ จึงตัดสินใจแทรกตัวกั้นระหว่างแถวที่แมลงปอตัวอื่นๆ กำลังต่อคิวกัน

“ขอโทษครับ ขอโทษครับ ผมต้องการความช่วยเหลือครับ คือว่าเพื่อนของผม เธอถูกพันด้วยใยแมงมุมป่า กำลัง…” ยังไม่สิ้นสุดคำพูด แมลงปอตัวหนึ่งทางด้านหลังที่ต่อคิวอยู่ก็ดันแถวตัวข้างหน้าจนกระแทกแมลงปอ อากิระ กระเด็นล้มเข้าไปที่จุด Check in เขาพยายามลุกขึ้นมาแต่ก็ยังไม่ทันจะหันกลับไปพูดกับแมลงปอตัวที่ผลักเขา แมลงปอเจ้าหน้าที่สนามบินระหว่างดาวก็หยิบปลายปีกของเขาเข้าเครื่องตรวจหนังสือเดินทางระหว่างดาว แล้วก็ดันเขาเข้าไปยังตะกร้าห้องโดยสารที่ผูกติดกับปลายเชือกของลูกโป่งสวรรค์ทันที

ทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ เขาถูกระบบสายพานนำตัวเขามามัดติดกับเก้าอี้ เขาพยายามดิ้นและจะแก้มัด แต่ไม่ทันการณ์ ลูกโป่งสวรรค์สีน้ำเงินใบนี้ได้ลอยตัวขึ้นออกจากสนามบินระหว่างดาวอย่างรวดเร็ว ลอยขึ้นไปยังท้องฟ้า สูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านชั้นบรรยากาศ ก้อนเมฆ แล้วลูกโป่งสวรรค์สีน้ำเงินใบนี้ก็หายเข้าไปในช่องรูวงกลมที่เป็นช่องเล็กๆ บนท้องฟ้า เพื่อเดินทางผ่านอุโมงค์อวกาศที่ถูกสร้างเป็นทางเชื่อมระหว่างดาว

“ซายูริ เดี๋ยวผมจะกลับมา อดทนรอหน่อยนะ ขอโทษด้วยนะ” แมลงปอ อากิระ พูดปลอบใจกับตัวเองกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องเดินทางไปดาว South-AEROK ผ่านอุโมงค์อวกาศด้วยลูกโป่งสวรรค์

โดย แมลงปอ อากิระ
วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
แมลงปอ อากิระ ตัดสินใจในทันที รีบกระโดดลงจากยอดต้นสนพันปีที่สูงจากพื้นดินหลายร้อยเมตร เขาดิ่งลงมาด้วยความเร็ว เมื่อใกล้จะถึงพื้นดิน เขาพยายามใช้ปีกบังคับทิศทางเพื่อหลบหลีกกิ่งไม้ต่างๆ จากนั้นก็กางปีกให้กว้างที่สุดเพื่อร่อนลงสู่พื้น แล้วเขาก็รีบคว้าเก็บเศษกิ่งไม้แห้ง และก้อนหิน เมื่อได้สิ่งที่ต้องการครบแล้ว แมลงปอ อากิระ ก็ทะยานปินขึ้นสู่ยอดต้นสนอย่างรวดเร็ว

“ฉันมาแล้ว ซายูริ อดทนไว้นะ” แมลงปอ อากิระ ร้องบอกแมลงปอ ซายูริ ที่ร่างกายถูกพันด้วยใยแมงมุมป่าด้วยความเป็นห่วงที่สุด เขารีบนำเศษใบไม้แห้งมาวางกองรวมกัน จากนั้นหยิบก้อนหิน 2 ก้อน กระแทกเข้าหากันเพื่อให้เกิดประกายไฟ เขาทำซ้ำอยู่หลายครั้ง สักพัก เศษใบไม้แห้งก็ติดไฟ เขารีบหยิบกิ่งไม้พันด้วยใบไม้แห้งทำเป็นคบเพลิงต่อติดกับเปลวไฟ แล้วนำไปเผาใยแมงมุมป่ารอบๆ ตัวแมลงปอ ซายูริ แต่ก็ไม่สามารถนำไฟเข้าใกล้ตัวเธอได้มาก ทำได้แค่เพียงตัดใยแมงมุมที่ยึดติดตัวแมลงปอ ซายูริ กับใยตาข่ายแมงมุมป่าตรงใบต้นสนพันปี

เมื่อร่างกายของแมลงปอ ซายูริ หลุดออกจากตาข่ายใยแมงมุมได้ แต่ก็ยังไม่สามารถแกะใยแมงมุมป่าที่พันม้วนแมลงปอ ซายูริ เป็นดักแด้ แมลงปอ อากิระ ตัดสินใจไม่รอช้า นำเศษใบไม้แห้งที่เหลือมาโปรยรอบตัวแมลงปอ ซายูริ เพื่อที่เขาจะสามารถอุ้มร่างของเธอ พาบินลงจากยอดต้นสนพันปี

“อดทนไว้นะ ซายูริ เราต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน”
แมลงปอ ซายูริ ได้แต่พยังหน้าตอบเขาด้วยสายตาที่เหนื่อยล้า

แมลงปอ อากิระ อุ้มแมลงปอ ซายูริ บินมาที่ทุ่งดอกทานตะวัน ที่ห่างจากป่าสนพันปีนับหลายกิโลเมตรมาทางทิศใต้ เขาพาเธอบินไปที่ตรงกลางทุ่งดอกทานตะวัน แล้วบินอุ้มเธอขึ้นไปที่บนใบของต้นทานตะวันต้นหนึ่ง จากนั้นนำเธอวางลงที่ใบสีเขียวสดของต้นทานตะวัน เขาเหนื่อยหอบเอามากๆ

“เราคงใช้ไฟมาเผาใยแมงมุมป่าที่ติดตามตัวเธอไม่ได้…” เขาจ้องมองที่นัยน์ตาเธอ
“เดี๋ยวจะลองดึงเศษใบไม้ที่ติดกับใยแมงมุมออก ถ้าเจ็บก็พยักหน้านะ ซายูริ”

แมลงปอ อากิระ พยายามแกะเศษใบไม้แห้งที่ติดกับใยแมงมุมป่าที่พันม้วนร่างกายของแมลงปอ ซายูริ เวลาผ่านไปครึ่งวัน แต่ก็ยังไม่สามารถแกะออกได้ ใยแมงมุมมีความเหนียวมากๆ เขาจึงตัดสินใจบินลงมาที่โคนต้นทานตะวัน มองหาและหยิบก้อนหินปลายแหลม บินกลับขึ้นไปที่ใบอีกครั้ง จากนั้นรีบใช้ก้อนหินปลายแหลมกรีดไปที่ลำต้นของต้นทานตะวันเพื่อให้น้ำเลี้ยงจากต้นทานตะวันไหลหยดออกมา แมลงปอ อากิระ ค่อยๆ ย้ายร่างกายของ แมลงปอ ซายูริ ที่ถูกพันเป็นดักแด้จากใยแมงมุมป่า มาพิงไว้ที่ข้างลำต้นทานตะวัน เพื่อให้น้ำเลี้ยงหยดลงมาที่บริเวณปากของเธอที่ถูกพันด้วยใยแมงมุมป่าเช่นกัน

“ซายูริ ซายูริ น้ำเลี้ยงมันไหลซึมเข้าปากเธอได้ไหม ลองพยายามดูดสิว่าทำได้ไหม”
แมลงปอ ซายูริ พยักหน้าหลังจากที่ได้ลองพยายามดูดน้ำเลี้ยงที่ซึมผ่านชั้นของใยแมงมุมป่าที่พันปิดปากเธอไว้

“ก็ยังดีนะ ซายูริ ที่ไอ้ใยแมงมุมบ้านี่มันพันไม่หนามาก… งั้นเธอรออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะลองพยายามไปหาใครมาช่วยเธอ”
สายตาของแมลงปอ ซายูริ มองเขาด้วยความหวาดกลัวและเหนื่อยล้า

“ไม่ต้องห่วง อยู่บนต้นทานตะวันนี่ปลอดภัยที่สุดแล้ว เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา”
แมลงปอ อากิระ บินขึ้นไปที่ดอกทานตะวัน แล้วหยิบละอองเกสรของดอกทานตะวันใส่ในถุงฝ้ายใบเล็กที่ผูกติดตัว แล้วบินลงมายังเธออีกครั้ง

“ฉันจะนำละอองเกสรดอกทานตะวันติดตัวไปด้วยนะ และฉันก็จะโรยละอองเกสรที่เหลือรอบๆ ตัวเธอด้วยนะ ถ้ามีอะไรก็ให้เธอใช้เท้าเขี่ยๆ มันนะ เราจะได้ติดต่อกันได้”

หลังจากนั้นแมลงปอ อากิระ ก็โรยละอองเกสรจากดอกทานตะวันล้อมรอบตัวแมลงปอ ซายูริ เป็นวงกลม เมื่อเสร็จแล้ว เขาก็จ้องมองไปที่นัยน์ตาของเธอด้วยความเป็นห่วง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว

“ฉันรักเธอนะ ซายูริ”
แมลงปอ อากิระ รีบออกบินจากไป แมลงปอ ซายูริ ก็ได้แต่มองเขาจนลับสายตาของเธอไปในที่สุด

โดย แมลงปอ อากิระ
วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
หลังจากคราวที่แล้วที่ได้ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มา ที่เกือบทำให้แมลงปอทั้งสองต้องแยกจากกัน แมลงปอ อากิระ กับ แมลงปอ ซายูริ ก็ได้ออกเดินทางต่อเพื่อไปยังเส้นขอบฟ้า แต่การที่จะไปเส้นขอบฟ้าได้ นั้นหมายถึง จะต้องบินไปให้ไกลสุดขอบของจักรวาล ซึ่งอาจจะดูเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขา แต่ในตำนานก็มีแมลงปอหลายคู่ได้เคยทำสำเร็จมาแล้ว

ในวันที่ทั้งสองบินกันมาถึงป่าแห่งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนแทบจะหายใจไม่ได้ แมลงปอ ซายูริ ได้ขอพักเหนื่อยที่โคนของต้นสนพันปี

"งั้นตกลง เราพักกันตรงนี้แล้วกันนะ ซายูริ"
"ดีค่ะ นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้ว"
"งั้นเธอนั่งรอต้องนี้ก่อน ฉันจะไปดูรอบๆ แถวนี้ว่าพอจะมีอะไรกินได้บ้าง น้ำหวานที่เราติดมาด้วยก็ใกล้หมดแล้ว"
"อย่าไปไกลนะคะ"

ดวงตะวันลับขอบฟ้า ไร้แสงสว่างของกลางวัน ทั้งสองนั่งกินน้ำหวานจากดอกบาบีอย่างอร่อยที่ใต้ต้นสนพันปีในความมืด และแล้วดวงจันทร์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ช่างเป็นภาพที่แสนจะมีความสุขที่ไม่มีสิ่งใดมาเปรียบได้ แมลงปอ อากิระ ได้ชวน แมลงปอ ซายูริ บินขึ้นไปที่ยอดใบของต้นสนพันปีที่สูงหลายร้อยเมตร เพื่อชื่นชมธรรมชาติที่แสนจะสวยงามบนยอดนั้น

"ช่างงดงามดั่งเทพธิดาแห่งราตรีเหลือเกิน..."
"ใช่ค่ะ งามมากเลย เราไม่ได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงแบบนี้มานานแล้ว"
ทั้งสองเอนหลังพิงยอดอ่อนของต้นสนพันปี เวลาผ่านไปไม่นาน
"เออใช่...! คืนนี้เป็นคืนไตรจันทราใช่ไหมซายูริ?"
"ใช่เลยค่ะ น้องลืมสนิทเลย นี่ก็ใกล้เวลาแล้วสินะ"
"งั้นเราอย่ากระพริบตานะ!"

ทั้งสองมองไปที่เส้นขอบฟ้าอย่างใจจดใจจอ และแล้วสิ่งที่รอคอยก็ปรากฏขึ้น ดวงจันทร์ดวงที่สองค่อยๆ ขึ้นตัดผ่านเส้นขอบฟ้า ทั้งสองดีใจมากๆ ที่ได้เห็นดวงจันทร์ดวงที่สองบนท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ สักพักดวงจันทร์ดวงที่สามก็ขึ้นตัดผ่านพ้นขอบฟ้ามาติดๆ เช่นกัน แสนที่จะเป็นภาพที่ประทับใจอย่างสุดที่จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หากใครได้เห็นช่วงเวลานี้ แมลงปอ ซายูริ ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ

"โชคดีจะเป็นของเราในไม่ช้า ซายูริ" แมลงปอ อากิระ ได้พูดขึ้นพร้อมกับนำมือโอบกอดไหล่ของแมลงปอ ซายูริ ให้ตัวของเธอเข้ามาแนบติดชิดกับตัวของเขามากยิ่งขึ้น

เวลาผ่านไปจนกระทั่งดวงจันทร์ทั้งสามดวงเรียงกันเป็นเส้นตรงกลางท้องฟ้า ทั้งสองจึงได้เอนหลังเพื่อนอนลงบนแผ่นใบของต้นสนพันปี แล้วก็หลับไปในที่สุดด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางไกลมาทั้งวัน และคืนนี้ก็เป็นคืนที่อากาศเย็นสบาย สายลมพัดมาตลอดเวลาอย่างกับได้อยู่ที่ชายหาดริมทะเลในยามค่ำ กลางคืนที่เงียบผ่านไปอย่างช้าๆ ช้าๆ

เช้าวันใหม่ แสงตะวันค่อยๆ ส่องแยงที่ลูกตาของแมลงปอ อากิระ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แล้วหันมองข้างๆ เพื่อปลุกแมลงปอ ซายูริ แต่แล้วสิ่งที่เขาเห็นอย่างไม่คาดคิด แมลงปอ ซายูริ กำลังดิ้นอย่างสุดแรงเพื่อให้ร่างของเธอที่ติดกับใยแมงมุมป่าให้หลุดออก แต่ใยแมงมุมป่าที่พันม้วนรอบตัวเธอคล้ายๆ กับดักแด้นั้นเหนี่ยวและหนามากๆ และเธอพยายามร้องเรียกแมลงปอ อากิระ แต่ไม่สามารถอ้าปากของเธอได้

แมลงปอ อากิระ กระโจนลุกขึ้นมาเพื่อจะเข้าไปแก้ใยแมงมุมป่าออกจากร่างของเธอ แต่แมลงปอ ซายูริ ส่ายหน้าอย่างรวดเร็วหลายครั้ง เหมือนจะบอกกับเขาว่า อย่าเข้ามาใกล้นะ อย่าเข้ามาใกล้เด็ดขาด เดี่ยวมือของเขาจะติดกับใยแมงมุมไปด้วย แมลงปอ อากิระ จึงหยุดชะงักยืนจ้องมองที่ลูกนัยน์ตาของเธอด้วยความตกใจสุดๆ สายตาของเธอช่างเจ็บปวดทรมานแทบจะขาดใจ เขาไม่รู้จะตัดสินใจช่วยเธออย่างไรให้หลุดออกจากใยแมงมุมนี้ไปได้  สิ่งแรกที่เขาคิดขึ้นได้ คือ ต้องหาทางนำตัวเธอไปจากที่ตรงนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ไอ้แมงมุมป่ามันจะมาถึง!
 
โดย แมลงปอ อากิระ
วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.
หลังจากที่แมลงปอ อากิระ โบยบินอยู่เหนือผิวน้ำตรงบ่อน้ำหลังโรงเรียนในบ่ายวันที่ท้องฟ้าสดใส ปรมาจารย์สาวได้เข้ามาสั่งสอนว่า ถึงเวลาที่เธอจะต้องเรียนรู้วิชาการแปลงกายเพื่อพลางตัว แมลงปอ อากิระ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ปรมาจารย์สาวได้ยอมที่จะเผยเคล็ดลับวิชาการเอาตัว รอดให้ เป็นความฝันที่เขาจะได้เรียนรู้วิชานี้ เพื่อที่จะได้ออกเผชิญโลกกว้างเพื่อตามความฝันค้นหาเส้นขอบฟ้า

ทั้ง สองจึงพากันบินไปที่แหล่งน้ำใหญ่ด้วยระยะทางที่ยาวไกลเพื่อหายางไม้สีขาวที่ ต้องได้จากต้นยางธารา การที่จะหายางไม้สีขาวจากต้นยางธารามาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่แล้วด้วยความตั้งใจของเขา เหมือนโชคชะตาฟ้าเอื้ออำนวย สิ่งที่หายากที่สุดกลับเจอได้ภายในวันเดียว ต้นยางธาราอยู่ที่ริมตลิ่ง เมื่อเก็บยางไม้สีขาวใส่ถุงฝ้ายสาน แมลงปอ อากิระ กับปรมาจารย์สาว จึงบินกลับมาที่บ่อน้ำหลังโรงเรียน

ปรมาจารย์สาวบอกว่า เธอจะต้องตั้งจิตเพ่งกระแสใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับยางไม้สีขาวจากต้นยางธารา จากนั้นให้นำยางไม้สีขาวมาทาที่ตัวให้ทั่ว แมลงปอ อากิระ เริ่มทำตามที่ปรมาจารย์สาวสั่งสอนอย่างตั้งใจ เขาบรรจงทายางไม้สีขาวอย่างช้าๆ น้ำยางไม้ทั้งเหนียวทั้งข้นแต่แห้งไว ไม่นานก็ทั่วตัวจนเป็นสีขาวสว่าง ปรมาจารย์สาวหยิบเศษใบไม้แห้งมาประดับตกแต่งตามร่างกายของเขา คล้ายกับพิธีการประดับยศ แล้วนำกลีบดอกบัวที่บ่อน้ำมาห่อให้เป็นถุงทะเล มอบให้แมลงปอ อากิระ ได้แบกไว้ที่หลัง

ในที่สุด วิชาการแปลงกายเพื่อพลางตัวก็สำเร็จ แมลงปอ อากิระ ได้แปลงร่างเป็นทหารเรืออย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความดีใจของเขา จึงกระโจนไปที่ใบไม้ที่ลอยอยู่ผิวน้ำ แล้วเต้นตามทำนองจังหวะของสายลมที่พัดมา ปรมาจารย์สาวมองเห็นแมลงปอ อากิระ ดีใจมีความสุข เธอจึงได้ยิ้มออกมาแล้วบอกกับเขาว่า นี่คือ การแปลงกายแบบ Cosplay ในขั้นต้นเท่านั้น...
 
โดย แมลงปอ อากิระ
วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554

Copyright © 2011 Akira Dragonfly All rights reserved.

Tags